9 ข้อเท็จจริงของภาพยนต์ มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ล ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

9 ข้อเท็จจริงของภาพยนต์ มิชชั่น ภาพยนต์ “มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ล” ภาคหนึ่งออกฉายในปี ค.ศ. 1996


และได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการบันเทิงในยุคนั้น โดยมีเนื้อเรื่องอ้างอิงจากในเวอร์ชั่นละครซีรี่ย์ซึ่งฉายในช่วง ปี ค.ศ. 1966–1973 แต่ในเวอร์ชั่นภาพยนต์นั้นจะโฟกัสไปที่ฉากแอ็คชั่นและฉากสตั๊นท์อันตรายเป็นจำนวนมาก

และการแสดงของ “ทอม ครูซ” ที่มารับบทเป็นพระเอกชื่อ “อีธาน ฮันท์”  ก็ทำให้หนังน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเขาแสดงฉากสตั๊นท์ที่อันตรายด้วยตัวเองทั้งหมด สตั๊นท์แมนในสตูดิโอคนหนึ่งเล่าว่า “ทอม ครูซ” บอกกับสตูดิโอว่าจะไม่ยอมแสดง ถ้าหากทางสตูดิโอไม่ยอมให้เขาเล่นฉากสตั๊นด้วยตนเอง

นอกจากนั้น “ทอม ครูซ” ยังเป็นแฟนซีรี่ย์ “มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ล” ที่เคยฉายทางทีวีอยู่ก่อนแล้ว และก็พยายามผลักดันให้ทางค่าย “Paramount Pictures” เอาไปสร้างเป็นเวอร์ชั่นภาพยนต์ เพราะพวกเขาก็มีลิขสิทธิ์อยู่ในกำมืออยู่แล้ว

 

รวมข้อมูลเบื้องหลังการถ่ายทำที่แม้แต่แฟนหนังบางคนไม่เคยได้รู้มาก่อน

1.ทอม ครูซ เล่นฉากสต๊นท์มาเยอะ แต่มีอยู่แค่ฉากนึงที่แสบตาเป็นที่สุด นั่นก็คือฉากเกาะเครื่องบินใน มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ล ภาค 5 ฉากนี้สร้างความปวดหัวให้ผู้กำกับพอสมควรเพราะพระเอกของเราต้องใช้สายรัดนิรภัยเกาะติดอยู่กับเครื่องบินที่กำลังบินสูง 400 เมตรจริงๆ โดยไม่ได้ใช้ “สเปเชียลเอฟเฟค” ช่วยเลย

และปัญหาอีกอย่างของฉากนี้คือตัวละคร “อีธาน ฮันท์” จะต้องเกาะเครื่องบินที่กำลังบินต้านลมอย่างรวดเร็วโดยที่เขาจะต้องไม่กระพริบตา ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ดังนั้นทางทีมงานจึงต้องสั่งให้มีการผลิตคอนแทคเลนส์รุ่นพิเศษที่มีขนาดใหญ่พอที่จะครอบตาของ “ทอม ครูซ” ได้หมดเอาไว้กันลมนั่นเอง

 

2.ในตอนแรกนั้นนักแสดงชายชื่อดัง “เจเรมี เรนเนอร์” ตัดสินใจเซ็นสัญญาเข้าร่วมแสดง “มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ล ภาค 5” เพราะเข้าใจว่าอีกหน่อยถ้าหาก “ทอม ครูซ” ตัดสินใจเลิกแสดงภาพยนต์ชุดนี้ ตัวละครที่เขาแสดงก็จะได้รับบทพระเอกต่อจาก “อีธาน ฮันท์” หรือไม่ก็แต่งเนื้อเรื่องเพิ่มมาให้

เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยรับบทตัวเอกในภาพยนต์สายลับเรื่อง “พลิกแผนล่า ยอดจารชน” ซึ่งเป็นเนื้อเรื่องใหม่ที่แยกออกมาจากภาพยนต์ชุด “เจสัน บอร์น ยอดจารชนคนอันตราย“ มาแล้ว

 

3.นักแสดงหลักที่เคยแสดงเวอร์ชั่นละครทีวีซีรี่ย์ไม่ยอมรับ “มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ล” ฉบับภาพยนต์ นักแสดงอาวุโสสองคนนี้คือ “ปีเตอร์ เกรฟ” และ “มาร์ติน แลนดู” ถูกชวนให้ไปร่วมแสดงภาพยนต์ภาคแรกแต่ทั้งคู่ปฏิเสธ

โดยปีเตอร์ปฏิเสธเพราะว่าตัวละครของเขาจะต้องกลายเป็นผู้ร้ายตัวหลักในภาพยนต์ภาคแรก ทั้งๆที่เป็นตัวละครที่ได้ปรากฏตัวถึง 7 ซีซั่น ส่วนตัวละครของมาร์ตินก็ต้องโดนฆ่าตายในภาคนี้เขาก็เลยไม่เอาด้วย

 

4.จอห์น วู ซึ่งมาทำหน้าที่เป็นผู้กำกับในภาคสอง ถึงกับบอกว่าฉากปีนหน้าผาในภาคนี้เป็นอะไรที่ทรมานใจเขาที่สุดนับแต่เข้าวงการมาเลย เพราะว่า “ทอม ครูซ” ยืนยันที่จะแสดงฉากอันตรายนี้ด้วยตัวเอง เนื่องจากความสูง 2,000 ฟุตของหน้าผาทำให้ทีมงานไม่สามารถติดตั้งตาข่ายนิรภัยหรือเบาะอะไรได้เลย

ทอมต้องปีนหน้าผาโดยฝากชีวิตไว้กับสายนิรภัยเส้นเล็กเพียงเส้นเดียวเท่านั้น และมีฉากต้องต้องกระโดดไกล 15 ฟุต เพื่อไปเกาะหน้าผาอีกด้านนึง ซึ่งก็ทำให้เขาบาดเจ็บที่หัวไหล่ ส่วนผู้กำกับก็หัวใจแทบวายไปเลย ตอนแรกทีมงานอยากจะสร้างหน้าผาปลอมให้เขากระโดดเกาะ แต่พี่ทอมเขาไม่เอา ถ้าแสดงแบบง่ายๆมันก็ไม่ใช่ “มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ล” นะสิ

 

5.ฉากห้อยตัวเข้าไปในห้องนิรภัย ซึ่งอยู่ในหนังภาคแรกทำให้ “ทอม ครูซ” หงายท้องและหน้ากระแทกพื้นไปหลายครั้งเลยทีเดียว ในที่สุดทอมก็ตัดสินใจยืมเศษเหรียญจากพวกสตั๊นแมนเอามาใส่ในปลายรองเท้าเพื่อเพิ่มน้ำหนักสร้างความสมดุล และมันก็ได้ผลเสียด้วย

 

6.แฟนหนังหลายคนคงไม่เคยสังเกตุหรือลืมคิดไปใช่มั๊ยว่าภาพยนต์ “มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ล ภาคแรก” คือภาคเดียวที่ไม่ได้เน้นฉากต่อสู้กันด้วยปืน ทีมงานเริ่มถ่ายทำทั้งที่ยังเขียนบทไม่เสร็จสมบูรณ์และฉากระเบิดตู้ปลาในภัตตาคารก็เป็นไอเดียของ “ทอม ครูซ” เองซะด้วย ซึ่งเจ้าตัวก็แสดงฉากนี้เองโดยไม่ใช้ตัวแสดงแทน ดูเหมือนง่ายๆแต่ในตู้มีน้ำมากถึง 16 ตัน ซึ่งฉากนี้ก็ทำให้ทั้งตัวเขาและสตั๊นแมนที่เข้าฉากเป็นตัวประกอบอีกคนได้รับบาดเจ็บในการถ่ายทำ

 

7.รู้หรือไม่ว่าในภาพยนต์ “มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ล ภาคสาม” นั้นเป็นผลงานการกำกับภาพยนต์ครั้งแรกในชีวิตของ ผู้กำกับ “J.J. Abrams” ที่สำคัญคือในภาคนี้ใช้งบประมาณในการสร้างถึง 150 ล้านดอลล่าร์ ถือว่ามากที่สุดสำหรับคนที่กำกับหนังเป็นครั้งแรกในชีวิต และหลังจากนั้นเขาก็ได้เป็นผู้กำกับภาพยนต์ดังอีกหลายเรื่องจนทุกวันนี้

 

8.เคยมีคนถาม “ไซมอน เพกก์” หลังจากที่เขาประสบความสำเร็จในการแสดงภาพยนต์เรื่อง “Shaun of the Dead” ในปี ค.ศ.2004 ว่าคิดจะเข้ามาทำงานแสดงในฮอลลีวูดอย่างจริงๆจังๆหรือไม่ เขาก็ตอบไปเล่นๆว่า “ใช่ว่าผมจะมีโอกาสได้แสดง มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ล ภาคสาม ซะหน่อย” กลายเป็นว่าภายหลังเขาถูกเลือกให้มารับบทในหนังภาคนี้จริงๆ

 

9.รู้หรือไม่ว่าฉากที่ผู้ร้ายพยายามจะเอามีดทิ่มตา “อีธาน ฮันท์” ในหนังภาคสองนั้น ตอนแรกผู้กำกับ “จอห์น วู” ไม่ได้ต้องการจะให้ปลายมืดเข้าไปอยู่ใกล้ดวงตาของ “ทอม ครูซ” มากขนาดนั้น แต่คนที่บอกว่าต้องเอามีดไปจ่อใกล้ๆก็คือตัว “ทอม ครูซ” เองอีกนั่นแหละ ทีมงานจึงต้องเอาปลายมีขึงไว้กับเชือกนิรภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างถ่ายทำ


หน้าแรก

เว็บไซต์พนันเว็บไซต์

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*